เจาะลึกแก้จมูก BIO + เสริมใหม่กับณพลักษณ์คลินิค (Noppaluck Clinic)
จขกท.เสริมจมูกครั้งแรกกับหมอไพศาล ไบโอดอนเมืองสุดฮิตมา 6-7 ปี ไม่เคยมีอาการผิดปกติใดๆ ไม่ไหล ไม่บวม ไม่แดง ไม่อักเสบ แต่.. ไม่โด่ง!! ในใจก็คิดว่าเสริมแล้วไม่โด่งแล้วจะเสริมทำไม แถมปล่อยมานานเว่อร์ขนาดนี้(ไม่ได้คิดไปเองน้า ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี่เสริมแล้วเหรอ..)

เคยคิดจะเสริมเพิ่มกับคุณหมอหลายท่าน แต่ส่วนตัวคิดว่าก่อนเสริมครั้งที่สองน่าจะเอาครั้งแรกออกให้หมด ก่อน(เคลียร์ของเก่า) และอยากจะฝากบอกว่าถ้าใครจะเสริมใหม่ก็เอาของเก่าออกก่อนนะคะ จะได้ไม่ทับๆซ้อนกันเป็นชั้นหินฟอซซิล เดี๋ยวมันปะทุขึ้นมาจะลำบากเพราะมีหลายวัสดุเหลือเกิน เช่น บางคนฉีดซิลิโคนเหลว + ซิลลิโคนแท่ง + ไขมัน + ฟิลเลอร์ + บลาๆๆๆ เมื่อมันแสดงอาการมันจะยากกับคุณหมอท่านที่ต้องเอาออก, เสียเวลา, เสียเงินเพิ่ม, เสียโฉม และเสียความรู้สึก!
อ่านเจอรีวิวของหลายท่านที่แก้เคสไบโอ มาลงตัวกับคุณหมออรรถพันธ์ เพราะราคาสมเหตุสมผลกับเคสเลาะไบโอที่แสนยากเย็นนี้ที่สุด(จขกท.ไม่ค่อย เชื่อว่าราคาแค่ 20,000+ จะสามารถเอาออกได้เกิน 90%) การเอาไบโอที่ฝังอยู่โดยมีพังผืดที่ร่างกายสร้างออกมาหุ้มไว้นี่ยากนะคะ ต้องอาศัยฝีมือการเลาะของคุณหมอ ความใจเย็น ปราณีต จิตสำนึกที่ไม่ได้แฝงแต่คำว่า commercial แบบหลายๆคลินิคที่ต้องการปริมาณคนไข้มากกว่าโฟกัสตรงผลงานที่ทำ ในเมื่อรู้จักณพลักษณ์คลินิ คจากในนี้ ได้รับข้อมูลดีๆจากหลายท่านในนี้ ก็อยากแชร์ความคิดเห็น + ประสบการณ์ส่วนตัวหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆท่านในนี้ค่ะ

อย่างที่บอกไว้ข้างบนนะคะว่าเอาออกทำไม ไม่ได้เป็นอะไรนี่ คำตอบก็คือ.. จขกท.ไม่อยากรอ ไม่อยากปล่อยให้มันเป็นปัญหาแล้วค่อยมาตามแก้ สู้เอามันออกตอนที่มันยังไม่ออกฤทธิ์จะดีกว่า จริงๆนะ.. ใครมีไบโออยู่ตอนนี้รู้แล้วนะคะว่ารีบเอาออกซะ ยิ่งเร็วยิ่งดี! อย่ารีรอให้มันพ่นพิษออกมาแล้วค่อยไปรักษา ถึงตอนนั้นมันอาจจะลามไปส่วนอื่นๆบนใบหน้าแล้วนะ..

จขกท.โทรนัดกับคุณเฟียส ภรรยาคุณหมออรรถพันธ์ เพื่อปรึกษารูปทรงของจมูกใหม่ และวิเคราะห์ว่าไบโอของตัวเองฤทธิ์เยอะแค่ไหน(จริงจังมากนะจุดนี้) ถึงวันนัด จขกท. พบคุณเฟียส พูดคุยกัน พร้อมทั้งคุณเฟียสได้อธิบายอะไรต่างๆมากมายเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง(นานเว่อร์ 555+ แต่ชอบค่ะ ดูแลใส่ใจคนไข้ที่สุด) คือในใจอยากเอาออกซะวันนี้พรุ่งนี้เลย แต่เพิ่งทานพวกวิตามินเสริมได้ 5 วัน.. ก่อนผ่าตัดถ้าใครทานวิตามินเสริม หรือยาลดน้ำหนักอะไรต่างๆมาเป็นเวลาพอสมควรต้องงดเลยนะคะ 2 เดือน! โชคดีที่จขกท.ทานมาได้ 5 วัน คุณเฟียสเลยให้งดหมดทุกวิตามินเป็นเวลา 1 อาทิตย์ เอาล่ะนับถอยหลังอีก 1 อาทิตย์จะเป็นไทจากไบโอ หึหึ..

วันที่ 12 มิถุนายนมาถึง ถักเปียเก็บผมเรียบร้อย โนเมคอัพ เปลือยหน้าไปณพลักษณ์คลิ นิค บ่ายโมงครึ่งคุณหมอกับคุณเฟียสมาถึง แต่.. จขกท.ลืมเอาแฟ้มข้อมูลคนไข้ ข้อตกลงก่อนการผ่าตัดมาส่งให้ เลยต้องเสียเวลานั่งกรอกใหม่หมดเลย หลายชุดอยู่ แต่คุณหมอกับคุณเฟียสใจดีมาก ช่วยกรอก ช่วยอธิบายว่าอะไรยังไง ตรงไหนเขียนแบบไหน(แอบกังวลตอนแรกว่าตายละ โดนดุแหงเลยทำเสียเวลา)

มาถึงขั้นตอนถ่ายรูป ที่ณพลักษณ์คลิ นิคจะถ่ายรูปทุกชอต ทุกตอน ให้คนไข้ได้มั่นใจว่าปลอดภัย ไม่ทำชุ่ยๆ ถ่ายก่อนผ่า 1 เซทใหญ่ ทุกมุมกล้อง คุณเฟียสกับคุณหมอจะจดดีเทลทุกอย่างของโครงสร้างใบหน้าคนไข้ก่อนผ่า เช่น โหนกคิ้วซ้าย – ขวา เท่ากันหรือไม่, เบ้าตาทั้งสองเป็นอย่างไร และมีรอยอะไรบนใบหน้าอยู่แล้วบ้าง แล้วทางคลินิคจะมียาให้ทานก่อนผ่าตัด เช่น ยาคลายเครียด จะได้ไม่แพนิคสำหรับเคสที่กลัวการผ่าตัด

ต่อไปก็ล้างหน้า 5 รอบ, แปรงฟัน 2 รอบ, บ้วนปาก 2 รอบ และใช้สำลีแบบก้านที่จุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อเอาไว้ทำความสะอาดจมูกอีก 3 รอบ(เยอะเนอะ 555+)

เข้าห้องผ่าตัดละจ้า คุณหมอแต่งตัวเหมือนสวมชุดนักบินอวกาศ คลุมผม ผ้าปิดปาก สวมถุงมือ เรียบร้อยทุกอย่าง ไม่มีการละหลวมเรื่องความสะอาดที่นี่แน่ๆจขกท.รับรอง คุณหมอจะบอกทุกขั้นตอนว่าจะทำอะไร เช่น ทำความสะอาดใบหน้าด้วยแอลกอฮอล์, ฉีดยาชา หรือเริ่มผ่า(ไม่ต้องเสียวนะ ไม่เจ็บเลย ถ้ากลัวผ่าตัดก็หลับตาค่ะ) ชอบตรงนี้ ตรงที่คุณหมอมีเพลงให้เลือกด้วยว่าจะฟังแนวไหน จขกท.ฟังเพลงแนวเดียวกับคุณหมอพอดี เลยเริ่มต้นด้วยเอลวิส กับ Bee Gees
ผ่าตัดเสร็จก็ลงไปถ่ายรูปอีกเซทนึงกับคุณเฟียต รับยาที่ต้องนำไปทานต่อ เช่น ยาลดการติดเชื้อ, transamin และยาแก้ปวด พร้อมลูกประคบน้ำแข็ง 1 ลูก
คุณหมอและคุณเฟียตให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวในหนึ่งอาทิตย์หลังผ่าตัด คือ

1.ห้ามกินเยอะ เพราะสเกลบนใบหน้าอาจเปลี่ยนเวลาอ้วนจนหน้าบวม
2.ห้ามนอนเยอะ เพราะนอนเยอะจะทำให้หน้าบวม
3.ห้ามรับประทานโปรตีนมากเกินไป เพราะโปรตีนจะไปเร่งให้ร่างกายสร้างพังผืดเร็วเกินควร
4.ห้ามอยู่เฉยๆ ให้ทำงานบ้านเล็กๆน้อยไปเรื่อยๆ เพราะจะช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น
5.ห้ามนอนแบบที่เคยนอน เพราะจะทำให้ยุบบวมช้า เป็นไปได้ให้นั่งหลับ หาหมอนมาลอคคอไว้ก็ดีนะคะ
6.พยายามหลีกเลี่ยงพวกบุหรี่ แอลกอฮอล์
7.อย่าดื่มน้ำเยอะ ดื่มเยอะไปตัวบวมหน้าบวม ยุบช้า
1.การเสริมจมูกโดยฉีดอะไรก็ตามเข้าไป กับ 2.มาอัพเดทอาการของจมูกที่จขกท.ไปแก้มา

หลังจากที่นวดจมูกเสร็จก็มานั่งคุยกับคุณหมอ และคุณเฟียตเกี่ยวกับเรื่องอันตรายของการเสริมจมูกโดยการฉีดสิ่งแปลกปลอม เข้าไป ทำให้รู้ว่าตอนนี้คุณหมอนี่เคยฉีดไบโอให้จขกท.ได้พัฒนาสารไบโอตัวนั้นขึ้นมา ใหม่ คนไข้ที่ไปทำอาจจะไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าหมอฉีดอะไรเข้าไป แอบคิดในใจว่าโชคดีนะจขกท.ฉีดก่อนที่จะกลายเป็นไบโอ(ฮาซาร์ด)เวอร์ชั่นใหม่ จะเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างไบโอตัวเก่า(v.1) และไบโอร่างใหม่(v.2) นะคะ

-ไบโอตัวเก่า(v.1) มีลักษณะเหมือนชิ้นเนื้อ(ดูได้จากภาพที่โพสไปแล้วด้านบนค่ะ) texture นูนๆไม่เรียบ ปูดๆขรุขระ จับแล้วเหมือนยางลบ แต่มวลของไบโอจะแน่น และแข็งกว่ามวลของยางลบ ที่สำคัญคือไม่คงรูปแน่นอน มันสามารถเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆตามเวลา ไหล หรือแผ่กระจายไปส่วนอื่นๆ
-ไบโอตัวใหม่(v.2) มีลักษณะเหมือนชิ้นเนื้อเช่นกันแต่! ผสมไหมวุ้นเส้น(ไม่มีภาพให้ดู แต่จะพยายามอธิบายให้ทุกคนเห็นภาพนะคะ) นึกถึงเวลาเรากินแกงจืดมะระยัดไส้ ไส้ข้างในมะระจะเป็นหมูสับผสมวุ้นเส้น คือมีหมูสับแล้วมีวุ้นเส้นสับๆโผล่ออกมา รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับก้อนหมูสับ เป็นแบบนั้นเลย จขกท.เองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหมอนึกอะไรถึงใส่ของแบบนี้เข้าไปในร่างกายคนไข้ ตัวไหมวุ้นเส้นนี้จะมีขนาดเท่าวุ้นเส้นแห้งๆตอนยังไม่แช่น้ำ เขาจะเอามาสับๆๆป่นๆๆกลายเป็นวุ้นเส้นละเอียดๆแล้วฉีดเข้าไปพร้อมตัวสารไบ โอ(นึกไปถึงพวกหนังสยองขวัญโรคจิตของฮอลลีวูดทันที)


ไบโอวุ้นเส้นเมื่อเข้าไปแล้วอันตราย และเอาออกยากกว่าไบโอแบบเดิมมาก ย้ำว่ามาก! ถ้าใครคิดจะไปทำจมูกวิธีนี้เพราะกลัวเจ็บ กลัวผ่าตัด คิดว่ามันจะหายเร็ว ปั้นเป็นรูปทรงได้ ดูธรรมชาติกว่าซิลิโคนแท่ง จขกท.ขอใช้พื้นที่ในกระทู้นี้เตือนไว้เลยนะคะว่าอย่า! ไม่อยากเห็นใครเสียสุขกายกาย และใจจากวิธีทำจมูกแบบนี้ แต่ถ้าเผลอทำไปแล้วก็รีบเอาออกนะคะ ก่อนที่วุ้นเส้นสับมันจะกระจายไปส่วนอื่นนอกเหนือจากบริเวณดั้งจมูก มันค่อนข้างล่างเล็กนะ จขกท.คิดว่ามันจะต้องกระจายง่ายกว่าไบโอล้วนๆเหมือนแต่ก่อนแน่ๆ วุ้นเส้นสับตัวนี้อาจถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อลดต้นทุน หรืออาจจะเพิ่มประสิทธิภาพการปั้น(หลังฉีดเข้าไปแล้ว)ของตัวสารไบโอ แต่ไม่ว่าจะอะไรมันก็อันตรายอยู่ดีน่ะค่ะ

คุณหมออรรถพันธ์ และคุณเฟียตอธิบายให้จขกท.ฟังถึงความยากลำบากในการกำจัดไบโอวุ้นเส้นด้วยค่ะ คุณหมออรรถพันธ์สามารถเอาเจ้าตัวไบโอวุ้นเส้นออกได้นะคะ คุณหมอเคยเอาออกมาแล้ว แต่ตัวไบโอวุ้นเส้นใช้เวลานานกว่าไบโอปกติ ไหนจะต้องเลาะตัวเนื้อไบโอออกมา ล้างเศษวุ้นเส้นที่กระจายรอบๆบริเวณที่ฉีดไป อีกทั้งยังต้องเก็บรายละเอียดคีบเจ้าวุ้นเส้นออกมาให้หมด คุณหมออรรถพันธ์ใจเย็น ฝีมือขั้นเทพมากกกกกกกที่ดีลกะตัวไบโอวุ้นเส้นนี่ได้ ใครที่พลาดไปฉีดเจ้านี่มา โดยเฉพาะเร็วๆมานี้ หรือฉีดที่สาขาใหม่ของหมอพ. โทรไปปรึกษาคุณหมออรรถพันธ์ กับคุณเฟียสได้ที่ณพลักษณ์คลินิคนะคะ ใจดีทั้งสองท่านเลย ไม่ต้องกลัวนะ

ถ้าถามจขกท.เพราะอะไรถึงมั่นใจว่าคุณหมออรรถพันธ์เอาไบโอออกได้จริงๆ ก็คงเป็นเพราะการเก็บบันทึกข้อมูลของคุณหมอ คุณหมอพิสูจน์ได้ว่าเอาออกได้มากเท่าไหร่ คุณหมอมีรูปยืนยันทุกขั้นตอน มีของที่เอาออกมาให้ดูหลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด ไม่เหมือนตามคลินิคอื่นๆที่บอกว่าเอาออกได้ แต่ไม่มีอะไรมายืนยันนอกจากคำพูดปากเปล่า ฝากไว้ด้วยนะคะว่าก่อนที่จะ ทำศัลยกรรมอะไรควรหาข้อมูลให้ดี ไม่ใช่ตัดสินใจไปทำเพราะการตลาด กระแส หรือส่วนมากไปทำเพราะ"ได้ยินเค้าบอกมาว่าดี"